Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai

สารของประธานศาลฎีกา

ในโอกาสที่ข้าพเจ้าเข้ารับตำแหน่งประธานศาลฎีกา นับจากนี้ แนวทางการบริหารงานจะมุ่งไปที่ความพึงพอใจสูงสุดของประชาชน อาทิ การให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกรวดเร็วขึ้นด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี การกำหนดมาตรการทางศาลเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคม การกำหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดีให้รวดเร็ว การปรับปรุงกระบวนการปล่อยชั่วคราวเพื่อเพิ่มมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชน เป็นต้น

ด้วยเหตุดังกล่าวข้าพเจ้ามีความประสงค์จะรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนและประชาชน เพื่อนำมาประกอบการกำหนดเป็นนโยบายประธานศาลฎีกาที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อบรรลุแนวทางการบริหารงานข้างต้น

จึงขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น สภาพปัญหา และข้อเสนอแนะ โดยส่งไปยังสำนักประธานศาลฎีกา ภายในวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๒

นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์
ประธานศาลฎีกา ลำดับที่ ๔๕

ประธานศาลฎีกา

การร่วมระดมความเห็นเพื่อกำหนดนโยบายประธานศาลฎีกา

อัปเดตวันที่ ๗ ต.ค. ๖๒

การสำรวจความคิดเห็นเพื่อกำหนดนโยบายประธานศาลฎีกาได้สิ้นสุดแล้ว สำนักประธานศาลฎีกาจะประมวลผลข้อมูลเพื่อกราบเรียนประธานศาลฎีกาต่อไป โปรดติดตามความคืบหน้าได้จากหน้าเว็บไซต์สำนักประธานศาลฎีกา (https://opsc.coj.go.th) หรือลิงก์ ข่าวนี้

สรุปยอดการส่งข้อมูลความคิดเห็น (Feedback) ข้อมูล ณ วันที่ ๕ ต.ค. ๖๒ (วันสุดท้ายของการส่งความคิดเห็น) พบว่า มีผู้ตอบแบบสำรวจความคิดเห็นฯ ทั้งสิ้นจำนวน ๕๖๗ คน ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในศาลยุติธรรม จำนวน ๓๕๔ คน (คิดเป็นร้อยละ ๖๒.๔) และประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลยุติธรรม จำนวน ๒๑๓ คน (คิดเป็นร้อยละ ๓๗.๖)

อัปเดตวันที่ ๑๘ ต.ค. ๖๒

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ต.ค. ๖๒ เวลา ๑๖.๓๐ น. ที่ผ่านมา สำนักประธานศาลฎีกาได้จัดการประชุมคณะทำงานกำหนดนโยบายประธานศาลฎีกา ครั้งที่ ๕ ณ ห้องประชุม ๔๑๒ อาคารศาลฎีกา ซึ่งที่ประชุมได้นำความคิดเห็นของผู้บริหารศาลฎีกามาปรับปรุงร่างนโยบายประธานศาลฎีกาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เมื่อกระบวนการกำหนดนโยบายเสร็จสิ้นแล้ว ศาลฎีกาจะทำการเผยแพร่นโยบายประธานศาลฎีกาให้ทราบโดยทั่วกัน

ตราสัญลักษณ์ประธานศาลฎีกา

นโยบายประธานศาลฎีกา

นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์

ข้อ ๑. ยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขัันพื้นฐานของผู้ต้องหาและจำเลย โดยคำนึงถึงเหยื่ออาชญากรรมและความสงบสุขของสังคม

๑.๑ กำหนดมาตรการในการขอปล่อยชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพความสะดวกรวดเร็ว และการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชััวคราว

๑.๒ กำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมต่อผู้ต้องหา จำเลย เหยื่ออาชญากรรม ผู้เสียหาย ตลอดจนกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม ทุกขั้นตอนของกระบวนการทางศาล

๑.๓ เพิ่มบทบาทเชิงรุกในการให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินคดีในศาลและให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสิทธิของตนตามกฎหมาย

ข้อ ๒. ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นที่ประจักษ์

๒.๑ พัฒนาระบบการประชุมปรึกษาคดีขององค์คณะให้เข้มแข็งในทุกชั้นศาล เพื่อยกระดับคุณภาพของคำพิพากษาบนพื้นฐานความเป็นอิสระโดยปราศจากการแทรกแซง

๒.๒ กำหนดกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมในการพิจารณาพิพากษาคดีและการจัดพิมพ์คำพิพากษาหรือคำสั่ง เพื่อให้ความยุติธรรมได้ปรากฏในเวลาอันควร

๒.๓ สร้างแบบประเมินที่เป็นมาตรฐานสากลให้ศาลใช้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในพันธกิจของศาลและการสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ

ข้อ ๓. นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรมการพิจารณาพิพากษาคดี และการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยคำนึงถึงช่องทางอื่นที่สะดวกและประหยัดสำหรับประชาชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้

๓.๑ นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนในการปฏิบัติงานของศาล เพื่อให้คู่ความเข้าถึงข้อมูลทางคดีได้โดยสะดวกรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย

๓.๒ นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนในการให้บริการแก่ประชาชน เพื่อลดขั้นตอน และเพิ่ม ประสิทธิภาพในการให้บริการ รวมทั้ง นำมาใช้ในการเสริมสร้างความรู้และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

๓.๓ นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนในการรับฟัง ปัญหา ข้อขัดข้อง และความคิดเห็นของประชาชน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม

๓.๔ นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนในการพิจารณาและพิพากษาคดี

ข้อ ๔. เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการบริหารงานบุคคลด้วยการสร้างสมดุลระหว่างจริยธรรมระบบอาวุโสและความรู้ความสามารถ

๔.๑ ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ความชำนาญตลอดจนแนวปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความเชียวชาญอย่างต่อเนื่องที่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาของสังคม

๔.๒ จัดกรอบอัตรากำลังให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ประเภทและปริมาณคดี โดยคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคม

๔.๓ สร้างเสริมจริยธรรม ความภาคภูมิใจ และความสุขของบุคลากรในการให้บริการแก่ประชาชนด้วยอัธยาศัยไมตรี

ข้อ ๕. สนับสนุนบทบาทของศาลในการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะที่จะไม่ก่อภาระหรือเป็นผลร้ายต่อประชาชน

๕.๑ สนับสนุนบทบาทของศาลในการส่งเสริมรักษาสิ่งแวดล้อม

๕.๒ สนับสนุนบทบาทของศาลในการประเมินและยกเลิกกฎหมายที่หมดความจำเป็น หรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต หรือการประกอบอาชีพเพื่อไม่ให้ก่อภาระ หรือเป็นผลร้ายต่อประชาชนและสังคม

๕.๓ สนับสนุนบทบาทของศาลในการใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกบนพื้นฐานความสมัครใจของคู่ความ