Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai

การพิจารณาคดีในศาลฎีกา

        องค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกาอย่างน้อย ๓ คนแต่หากคดีใดมีปัญหาสำคัญ เมื่อประธานศาลฎีกาเห็นว่าควรให้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาประธานศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้นำปัญหาดังกล่าวเข้าสู่การวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ หรือเมื่อเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติเป็นการเฉพาะว่า ให้คดีเรื่องใดวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่

        ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกาทุกคนซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในวันที่มีการจัดประชุมใหญ่ แต่ทั้งนี้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด

#

อำนาจหน้าที่

        นอกจากศาลฎีกาจะมีอำนาจหน้าที่พิจารณาพิพากษาคดีที่อุทธรณ์ขึ้นมาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความซึ่งจะเป็นที่สุดแล้ว ศาลฎีกายังมีบทบาทเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อีกหลายประการได้แก่ มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา ๑๙๕ การเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ๓ คน เพื่อร่วมเป็นคณะตุลาการในศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๐๐ (๑) การสรรหากรรมการการเลือกตั้ง ๒ คน เสนอต่อประธานวุฒิสภา เพื่อประกอบเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา ๒๒๒ (๒)

        การคัดเลือกผู้มีความรู้และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมจำนวน ๑ คน ไปเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕ (๑) การออกระเบียบต่าง ๆ รวมทั้งให้ความเห็นชอบข้อกำหนด และข้อบังคับตามที่กฎหมายได้บัญญัติให้กระทำได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

ตราคณะกรรมการการเลือกตั้ง

อำนาจหน้าที่ประธานศาลฎีกา

           ประธานศาลฎีกาในฐานะประมุขตุลาการ มีอำนาจหน้าที่ในการวางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม เพื่อให้กิจการของศาลยุติธรรมดำเนินไปโดยเรียบร้อยและเป็นระเบียบเดียวกัน ดูแลผู้พิพากษาศาลยุติธรรมให้ปฏิบัติตามระเบียบวิธีการต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นโดยกฎหมายหรือโดยประการอื่นให้ถูกต้องรวมทั้งมีอำนาจในการกำหนดนโยบายและบริหารราชการศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นบทบาทภารกิจที่เพิ่มขึ้นตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตราสัญลักษณ์ประธานศาลฎีกา

ตราสัญลักษณ์ประธานศาลฎีกา

การบริหารงานภายในศาลฎีกา

           ศาลฎีกามีเพียงศาลเดียว มีประธานศาลฎีกาเป็นหัวหน้าหน่วยงาน โดยมีรองประธานศาลฎีกา จำนวน ๖ คน ช่วยกำกับดูแลด้านต่าง ๆ และเลขานุการศาลฎีกาช่วยควบคุมดูแลในส่วนของการบริหารจัดการภายในผ่านทางผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลฎีกา

การบริหารงานภายในศาลฎีกา

แผนกคดีพิเศษในศาลฎีกา

        ศาลฎีกามีเพียงศาลเดียวตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ ๖ ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีประกอบด้วยผู้พิพากษาอย่างน้อย ๓ คน (พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๒๗) แต่หากคดีใดมีปัญหาสำคัญ เมื่อประธานศาลฎีกาเห็นว่าควรให้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ประธานศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้นำปัญหาดังกล่าวเข้าสู่การวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ หรือเมื่อเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติเป็นการเฉพาะว่าให้คดีเรื่องใดวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๐ วรรคสอง) ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกาทุกคนซึ่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในวันที่มีการจัดประชุมใหญ่ แต่ทั้งนี้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด

        ศาลฎีกามีแผนกคดีพิเศษทั้งสิ้น ๑๑ แผนกเพื่อประโยชน์ในด้านการพิจารณาพิพากษาคดีที่อาศัยความชำนาญพิเศษโดยมีประธานแผนกคดี ๑ คน และผู้พิพากษาศาลฎีกาประจำแผนก แผนกละประมาณ ๑๐ คน

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

        ศาลฎีกามีกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและค้นคว้าปัญหาข้อกฎหมาย ตลอดจนช่วยตรวจและแก้ไขปรับปรุงร่างคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อเป็นหลักประกันในด้านความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรมแก่ประชาชน

กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในศาลฎีกา

        ศาลฎีกาให้ความสำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อส่งเสริมการปรองดองให้กับสังคม จึงได้จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยขึ้นเป็นการเฉพาะ มุ่งเน้นการบริหารงานในเชิงรุก คัดแยกสำนวนที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาและเชิญชวนคู่ความเข้าสู่ระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และอำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความโดยนำระบบสื่อสารทางไกลผ่านจอภาพ (Video Conference) มาใช้ในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อให้คู่ความสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและยุติข้อพิพาทได้อย่างสะดวกโดยง่าย ทั้งยังเป็นการลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ประหยัดเวลาค่าใช้จ่าย และสร้างจิตสำนึกอันดีที่จะทำให้หลักนิติธรรมบรรลุผลได้อย่างแท้จริง

กระบวนการยุติธรรมทางเลือกในศาลฎีกา