Supreme Court of Thailand

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาโดยวิธีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Google Meet)

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาโดยวิธีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Google Meet)


        เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ที่ห้องพิจารณาคดี ๒๐๕ ของศาลฎีกา
ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๗๐/๒๕๖๔ ของศาลจังหวัดเลย 
ให้จำเลยที่ ๑ กับพวกรวม ๓ คน ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำจังหวัดเลยฟัง โดยวิธีการถ่ายทอดภาพและเสียง
ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Google Meet) เป็นผลให้จำเลยได้รับทราบคำพิพากษาศาลฎีกาทันทีที่เสร็จ
การพิจารณาจากศาลฎีกา โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม จึงให้ศาลจังหวัดเลย
ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดสำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ส่วนจำเลยที่ ๓ ต้องขังมาเกินกว่ากำหนดโทษจำคุก
ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว จึงให้ศาลจังหวัดเลยออกหมายปล่อยจำเลยที่ ๓ ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักประกัน
ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของจำเลยและเพื่อเป็นการลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นตามนโยบายประธานศาลฎีกา 
ปี ๒๕๖๓ – ๒๕๖๔ ข้อ ๒ “สร้างดุลยภาพแห่งสิทธิ” ส่งผลให้จำเลยที่ถูกคุมขังดังกล่าวได้รับทราบ
คำพิพากษาศาลฎีกาเร็วขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับขั้นตอนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเดิมที่ต้องส่งไปอ่าน
ยังศาลชั้นต้น ซึ่งจำต้องใช้ระยะเวลานานประมาณ ๑ – ๒ เดือน นับแต่วันที่ศาลฎีกาพิจารณาคดีแล้วเสร็จ 
จึงสามารถอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยฟังได้ จากการดำเนินงานของศาลฎีกาดังกล่าวนี้ ส่งผลให้
หากคดีนั้นในที่สุดศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องก็จะมีการออกหมายปล่อยทันทีเพื่อให้จำเลยพ้นจากการถูกคุมขังโดยไม่จำเป็น หรือหากพิพากษาลงโทษจำคุกก็จะมีการออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดทันที อันจะเป็นผล
ให้จำเลยได้รับสิทธิเป็นนักโทษเด็ดขาดที่อาจได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ หรืออาจได้รับสิทธิพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในการนี้ นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา 
ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์และรับฟังการอ่านคำพิพากษา ตลอดจนให้คำแนะนำแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ด้วย

รูปภาพ