Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai
กฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในประเทศแคนาดา

กฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในประเทศแคนาดา

    มนุษย์นับเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด  ประเทศที่พัฒนาแล้วจึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล  โดยเฉพาะเด็กหรือเยาวชน  คำกล่าวที่ว่า เยาวชน คืออนาคตของชาติ จึงไม่เป็นการกล่าวที่เกินเลยกว่าความเป็นจริง  อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาการก่ออาชญากรรมในเด็กและเยาวชนมีมากขึ้นนับเป็นปัญหาสำคัญที่ควรตระหนักและเรียนรู้เพื่อป้องกันและแก้ไข    ในประเทศแคนาดา ปัญหาการก่ออาชญากรรมของเด็กและเยาวชนเกิดจากปัจจัยที่สำคัญ  คือ ปัญหาความยากจน  การถูกทารุณกรรม  และการถูกทอดทิ้งหรือละเลยจากครอบครัวซึ่มักจะเกิดขึ้นกับเด็กที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก  ครอบครัวยากจน หรือบิดามารดาติดยาเสพติด 

    ประเทศแคนาดาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังจะเห็นได้จากมีการออกกฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดมาอย่างยาวนาน นับแต่พระราชบัญญัติเยาวชนผู้กระทำผิดกฎหมาย  (Juvenile delinquents Act ) ในปีค.ศ. 1908  จนกระทั่งปี ค.ศ. 1984 ที่มีประกาศใช้พระราชบัญญัติผู้กระทำความผิดที่เป็นเด็กและเยาวชน ( Young Offenders Act ) และในปีค.ศ. 2003 ที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติความยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชน  ( The Youth Criminal Justice Act)  และใช้บังคับเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน  ตามกฎหมายทั้งสามฉบับดังกล่าว จะเห็นว่า พระราชบัญญัติฉบับแรก ใช้คำว่า delinquents อันมีความหมายถึงเด็กหรือเยาวชนผู้กระทำผิดกฎหมาย  จนเมื่อมีพระราชบัญญัติฉบับที่สองได้มีการเปลี่ยนเป็นOffenders  อันหมายถึงผู้กระทำความผิด  หรือผู้ต้องหากระทั่งพระราชบัญญัติฉบับล่าสุดที่ใช้คำว่า Youth Criminal Justice อันหมายถึง ความยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชน แสดงให้เห็นถึงแนวคิดของผู้ร่างกฎหมายที่ต้องการแยกบุคคลออกจากพฤติกรรมและไม่ต้องการตอกย้ำว่าเด็กหรือเยาวชนเป็นผู้กระทำความผิด 

    สาระสำคัญของกฎหมายทั้งสามฉบับนี้ อยู่ที่การใช้วิธีการสำหรับเด็กหรือเยาวชนโดย แยกผู้กระทำความผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนออกจากผู้ใหญ่ที่กระทำความผิด ในการควบคุมหรือกักขังที่จะต้องแยกสถานที่ออกจากกันอย่างชัดเจน  เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบในพฤติกรรม ทั้งมาตรการในการบังคับโทษจำคุกหรือกักขังเด็กหรือเยาวชน ควรจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะใช้ ภายหลังจากมาตรการอื่นไม่สามารถใช้ได้ผล โดยกฎหมายบัญญัติห้ามศาลจำคุกหรือกักขังเด็ก หรือเยาวชน  เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย และในทางปฏิบัติแม้เด็กหรือเยาวชนกระทำผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ศาลก็สามารถให้โอกาสเด็กหรือเยาวชนแก้ไขปรับปรุงก่อนได้เสมอ อาจจะยังไม่สั่งกักขังหรือจำคุกในการผิดเงื่อนไขครั้งแรก

    นอกจากนี้ ประเทศแคนาดายังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเด็ก โดยการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์อายุของเด็กหรือเยาวชนที่จะรับโทษตามกฎหมาย จากเดิมที่พระราชบัญญัติเยาวชนผู้กระทำผิดกฎหมาย  กำหนดให้เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไปสามารถรับโทษตามกฎหมายได้   แต่ในพระราชบัญญัติผู้กระทำความผิดที่เป็นเด็กและเยาวชนและพระราชบัญญัติความยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชน  ได้เปลี่ยนแปลงเกณฑ์อายุเด็กหรือเยาวชนที่จะรับโทษตามกฎหมายได้ จะต้องมีอายุตั้งแต่ 12 ปี ขึ้นไป  ส่วนเด็กหรือเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี  เมื่อกระทำความผิดอาญา  จะไม่ถูกดำเนินคดีอาญา แต่กฎหมายจะกำหนดให้ใช้วิธีการอื่นแทน เช่น การให้นักสังคมสงเคราะห์ช่วยดูแล  ช่วยแนะนำครอบครัวของเด็ก  แต่หากครอบครัวเด็กไม่สามารถดูแลได้   อาจมีการจัดให้เด็กได้รับการสงเคราะห์ ทั้งจะต้องไม่มีการเปิดเผยชื่อหรือข้อมูลเด็ก  เยาวชน ผู้กระทำผิดต่อสาธารณะ 

     การทำคดีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน จะต้องมีองค์กรที่คุ้มครองสิทธิเด็กเข้ามาด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็น นักสังคมสงเคราะห์ พนักงานคุมประพฤติ และราชทัณฑ์  นอกเหนือจาก เจ้าพนักงานตำรวจ    พนักงานอัยการ  และศาล เมื่อคดีสิ้นสุดแล้วเด็กหรือเยาวชนผู้กระทำความผิด จะได้รับการล้างประวัติการกระทำความผิดทั้งหมด  เพื่อการกลับคืนสู่สังคมไปใช้ชีวิตตามปกติได้

    นอกเหนือจากบทกฏหมายของประเทศแคนาดาที่ให้ความสำคัญในการคุ้มครองเด็ก เยาวชนที่กระทำความผิดแล้ว รัฐยังให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาที่อยู่อาศัยที่มั่นคง  การให้การศึกษาและให้อาชีพแก่เด็กและเยาวชน การส่งเสริมเด็กและเยาวชนให้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจและสามารถให้คำแนะนำ

    สำหรับประเทศไทย แนวคิดในกฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนนั้นไม่แตกต่างจากประเทศแคนาดามากนักในการที่จะเบี่ยงเบนเด็กและเยาวชนที่รู้สำนึกในการกระทำความผิดให้ออกไปจากกระบวนการพิจารณาพิพากษาคดีอาญา  โดยการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาและการพิพากษา  เช่น ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว ฯ มาตรา 86 ที่กำหนดมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาก่อนฟ้องคดี   มาตรา 90กำหนดมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาหลังฟ้องคดี  หรือมาตรา 132 และมาตรา 133 กำหนดมาตรการแทนการพิพากษาคดี เป็นต้น เพื่อให้โอกาสเด็กและเยาวชนที่เคยกระทำผิดพลาดได้มีการแก้ไข  ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตน  สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรก็ตาม หากเด็กหรือเยาวชนที่กระทำความผิดทางอาญาที่มีพฤติการณ์คดีร้ายแรง พนักงานอัยการก็สามารถฟ้องต่อศาลและศาลสามารถลงโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ได้

       โดยสรุป กฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในประเทศแคนาดา จึงมุ่งเน้นการป้องกันสังคมและชุมชนในระยะยาว โดยการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนเพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้  มิใช่เพียงแค่ป้องกันสังคมโดยการกักขังหรือจำคุกเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดในระยะเวลาอันสั้นเท่านั้น    เพราะการกักขังหรือจำคุกเด็กโดยไม่มีการแก้ไขบำบัด  ไม่ได้ก่อผลดีในระยะยาวแต่อย่างใด  ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กหรือเยาวชนได้เรียนรู้พฤติกรรมของเด็กหรือเยาวชนที่ถูกจำคุกหรือกักขังร่วมกัน  อันเป็นปัญหาการกระทำผิดต่อเนื่องไปอย่างไม่สิ้นสุด

 

พิชยนต์ นิพาสพงษ์  

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา 

จากการอบรมกฎหมายเกี่ยวกับคดีเยาวชนและครอบครัว ณ มหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ประเทศแคนาดา

 

ภาพประกอบจาก  https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_113798

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายครอบครัวของประเทศแคนาดา

กฎหมายครอบครัวของประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นรัฐรวมหรือที่เรียกว่าสหพันธรัฐ  ประกอบไปด้วย 10 รัฐ(provinces) และ3 ดินแดน ( territories)  ระบบกฎหมายของประเทศแคนาดาเป็นระบบกฎหมาย Common law