Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai
ความรุนแรงในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัว

ความรุนแรงในครอบครัว

 

        ความรุนแรงในครอบครัว หมายถึง การกระทำใด ๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ แต่ไม่รวมถึงการกระทำโดยประมาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๑๕๔/๒๕๖๑

              โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมาที่บ้านซึ่งเป็นที่พักอาศัยของโจทก์และบุตรผู้เยาว์ นำกระดาษมาติดหน้าบ้านจนเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ตะโกนโวยวายหน้าบ้าน นำลูกโป่งมาติดบริเวณรั้วหน้าบ้าน โยนสิ่งของเข้าไปในบ้าน กดกริ่งหน้าบ้านนาน ๆ ทั้งโยนลูกโป่งเข้ามาในบ้านทำให้แตกเสียงดัง นำลูกโป่งไปติดที่รถยนต์ของมารดาโจทก์ด้านคนขับ ในเวลาที่มารดาโจทก์จะไปรับบุตรผู้เยาว์จากโรงเรียน ขับรถยนต์ปาดหน้ารถยนต์มารดาโจทก์และขับรถกดดันไล่ตามรถยนต์มารดาโจทก์ อันเป็นการมุ่งประสงค์ให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ สุขภาพกาย สุขภาพจิตของบุคคลในครอบครัวโจทก์ หรือเพื่อเป็นการบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวของโจทก์ต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของจำเลยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีลักษณะเป็นการก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑

               ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

               จำเลยให้การปฏิเสธ

               ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔ ปรับ ๖,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐

               จำเลยอุทธรณ์

               ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว พิพากษายืน

               จำเลยฎีกา

            ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว เห็นว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓ ได้นิยามความหมายความรุนแรงในครอบครัวไว้ว่า หมายถึง การกระทำใด ๆ โดยมุ่งประสงค์ให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพ หรือกระทำโดยเจตนาในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจ หรือสุขภาพของบุคคลในครอบครัว หรือบังคับหรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมให้บุคคลในครอบครัวต้องกระทำการ ไม่กระทำการ หรือยอมรับการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดโดยมิชอบ แต่ไม่รวมถึงการกระทำโดยประมาท จากบทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น กฎหมายได้แยกองค์ประกอบความผิดออกเป็นหลายประการด้วยกัน เนื่องจากการกระทำความรุนแรงในครอบครัวมีลักษณะการกระทำความผิดได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะกระทำต่อผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อมุ่งประสงค์หรือมีเจตนาที่จะให้ผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย  จิตใจ สุขภาพ หรือจำต้องกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยฝ่าฝืนใจ โดยมิชอบเพราะถูกข่มเหงบังคับ หรือใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมให้จำต้องกระทำการ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นสามีนำกระดาษเขียนข้อความติดที่หน้าบ้านโจทก์ซึ่งเป็นภริยาคู่สมรสเดิมจนสีกะเทาะร่อน สีและปูนผนังรั้วเสียหาย ส่งเสียงตะโกนโวยวายหน้าบ้านโจทก์ วิ่งวนไปวนมาหน้าบ้าน นำลูกโป่งและสิ่งของมาผูกวางไว้หน้าบ้านและโยนเข้าไปในบ้านของโจทก์ และกดกริ่งหน้าบ้านโจทก์เป็นเวลานาน ๆ จนกริ่งไฟฟ้าเสียหาย เพื่อให้โจทก์ส่งมอบหรือบังคับให้ลูกออกมาพบหรือมาพูดคุยกับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามจำเลยก็ไม่ยุติการกระทำดังกล่าว เป็นการที่จำเลยใช้สิทธิที่มีแต่จะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการรบกวนความเป็นปกติสุขของโจทก์ ยังเป็นการบังคับ หรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมที่เป็นการฝ่าฝืนศีลธรรมจรรยาอันดีของประชาชน ผิดวิสัยของวิญญูชนทั่วไปจะพึงปฏิบัติกัน เพื่อบีบคั้นให้โจทก์ผู้เป็นมารดาผู้เยาว์จำต้องกระทำ คือ พาผู้เยาว์ออกมาพบหรือพูดคุยกับจำเลยตามที่จำเลยต้องการด้วยวิธีการโดยมิชอบ จำเลยกระทำต่อโจทก์ที่เป็นคู่สมรสเดิมซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวตามความหมายของมาตรา ๓ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวตามมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง

                อนึ่ง จำเลยนำสืบรับข้อเท็จจริงทั้งหมด เป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ไม่ลดโทษปรับให้แก่จำเลยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา จึงเห็นสมควรแก้ไข และที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยโดยไม่ระบุวรรค และศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มิได้มีคำพิพากษาแก้ไข จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

               พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๔ วรรคหนึ่ง ลงโทษปรับ ๖,๐๐๐ บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงปรับ ๓,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑

 

แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา

มิถุนายน ๒๕๖๔

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย

การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย

เจตนารมณ์ของป.พ.พ. มาตรา ๑๕๔๘ บิดาจะจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของเด็กและมารดาเด็ก ซึ่งจะต้องไปแสดงความยินยอมต่อนายทะเบียนและเป็นเรื่องเฉพาะตัว ผู้อื่นจะให้ความยินยอมแทนไม่ได้

หลานที่ไ่ม่ได้สืบสายโลหิตแต่มีความใกล้ชิดสนิทสนมเลี้ยงดูนางป.มาจนได้รับความไว้วางใจจากนางป.ให้เป็นผู้ดูแล ถือได้ว่าเป็นผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป.จึงมีสิทธิยื่นคำร้องให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถตามป.พ.พ. มาตรา๒๘ได้

หลานที่ไ่ม่ได้สืบสายโลหิตแต่มีความใกล้ชิดสนิทสนมเลี้ยงดูนางป.มาจนได้รับความไว้วางใจจากนางป.ให้เป็นผู้ดูแล ถือได้ว่าเป็นผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป.จึงมีสิทธิยื่นคำร้องให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถตามป.พ.พ. มาตรา๒๘ได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘ ได้ระบุตัวบุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถไว้ แม้ผู้คัดค้านมิใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงของนางป.