Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai
พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กับการคุ้มครองผู้เสียหาย

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กับการคุ้มครองผู้เสียหาย

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กับการคุ้มครองผู้เสียหาย

                   ในคดีที่เด็กหรือเยาวชนซึ่งมีอายุยังไม่ถึง ๑๘ ปีบริบูรณ์ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ บัญญัติไว้ ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยมีหลักการที่สำคัญคือ มุ่งคุ้มครองให้เด็กหรือเยาวชนได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างไปจากจำเลยที่เป็นผู้ใหญ่ และให้ได้รับโอกาสแก้ไขฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษ เพื่อให้เด็กหรือเยาวชนสามารถเติบโตเป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไป อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มิได้คำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเด็กหรือเยาวชนเพียงฝ่ายเดียว แต่มุ่งเยียวยาผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิดของเด็กหรือเยาวชนอีกฝ่ายหนึ่งด้วย ดังจะเห็นได้จากมาตรา ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ วางหลักให้ศาลใช้ดุลพินิจสั่งให้มีการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเพื่อให้จำเลยที่เป็นเด็กหรือเยาวชนและผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์หรือเยียวยาแก้ไข อันเป็นมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา หากคดีเข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ดังนี้ 

                   (๑) มีการฟ้องคดีต่อศาลว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกิน ๒๐ ปี ไม่ว่าจะมีโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม กรณีเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ถือข้อหาที่มีอัตราโทษสูงสุดเป็นเกณฑ์

                   (๒) เด็กหรือเยาวชนไม่เคยได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกมาก่อน เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

                   (๓) ทำเวลาใดๆ ก็ได้ก่อนมีคำพิพากษา

                   (๔) เด็กหรือเยาวชนให้การรับสารภาพและสำนึกในการกระทำ

                   (๕) ผู้เสียหายยินยอมในการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และโจทก์ไม่คัดค้าน

                   (๖) มีพฤติการณ์แห่งคดีไม่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมเกินสมควร

                   และ (๗) เด็กหรือเยาวชนอาจกลับตนเป็นคนดีได้ และผู้เสียหายอาจได้รับการชดเชยเยียวยาตามสมควร 

                   หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีเข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙๐ ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการสถานพินิจหรือบุคคลที่ศาลเห็นสมควรจัดให้มีการดำเนินการเพื่อจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู โดยมีเงื่อนไขให้เด็กหรือเยาวชน บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยู่ด้วยปฏิบัติตามแผน ซึ่งศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศได้จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำและประสานการประชุมเพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กเยาวชนและครอบครัวขึ้น เพื่อจัดทำรายงานผลการให้คำปรึกษาและแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเสนอต่อศาลเยาวชนและครอบครัวโดยมีนักจิตวิทยาเป็นผู้รับผิดชอบ แผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูนี้จะต้องเกิดจากข้อเสนอและความเห็นร่วมกัน ต้องได้รับความยินยอมจากเด็กหรือเยาวชนและผู้เสียหาย ต้องใช้มาตรการที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและปัจจัยแวดล้อมของเด็กหรือเยาวชน และต้องใช้มาตรการที่เอื้อต่อการฟื้นฟูเยียวยาผู้เสียหาย หากศาลเห็นชอบด้วยกับแผนดังกล่าวก็ให้ดำเนินการตามแผนนั้นและให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว แต่หากศาลเห็นว่าแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูยังไม่เป็นประโยชน์ต่อเด็กหรือเยาวชนและผู้เสียหายก็ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้ว่าศาลจะเห็นชอบกับแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและมีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวแล้วก็ตาม แต่หากศาลเห็นว่าเด็กหรือเยาวชนละเลยไม่ปฏิบัติตามแผนดังกล่าวให้ครบถ้วน ศาลจะมีคำสั่งให้ดำเนินคดีกับเด็กหรือเยาวชนนั้นต่อไปดังที่พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา ๙๓ บัญญัติไว้

                   ตัวอย่างจากกรณีศึกษารายหนึ่ง เยาวชนกระทำความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลมีคำสั่งให้เข้ารับคำปรึกษาที่ศูนย์ให้คำปรึกษาฯของศาล หลังจากนักจิตวิทยาซักประวัติเยาวชนและผู้เสียหายแล้วพบว่า บิดามารดาของเยาวชนเลิกกันตั้งแต่เยาวชนอายุ ๒ เดือน เยาวชนจึงอาศัยอยู่กับย่าตั้งแต่เด็ก ขณะนี้ย่าของเยาวชนอายุมากและมักมีอาการหลงลืม เยาวชนจึงเป็นเสาหลักของครอบครัว ฐานะในครอบครัวยากจน เยาวชนมีความรู้สึกเสียใจและสำนึกผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เยาวชนกระทำความผิดครั้งแรก เยาวชนมีพฤติกรรมอยู่ในเกณฑ์ดี เรียบร้อย เชื่อฟังผู้ปกครองและทำงานรับจ้างเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือดูแลครอบครัว ส่วนผู้เสียหายซึ่งเป็นบุตรของผู้ตายอยากให้เยาวชนแสดงความรับผิดชอบโดยการชดใช้ค่าเสียหายเพื่อบรรเทาผลร้าย นักจิตวิทยาจึงจัดทำความเห็นเสนอต่อศาลว่า ควรให้เยาวชนได้รับโอกาสเข้ามาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาและติดตามพฤติกรรมต่อไป ในชั้นพิจารณาคดี เยาวชนและผู้ปกครองแถลงต่อศาลว่า ประสงค์จะชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายยินยอมและแถลงว่าหากเยาวชนชดใช้ค่าเสียหายจนครบถ้วนแล้ว ผู้เสียหายก็ไม่ติดใจดำเนินคดีกับเยาวชนอีกต่อไป ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของมาตรา ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ประกอบกับผู้เสียหายและโจทก์ไม่คัดค้าน ศาลจึงมีคำสั่งให้ใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาและสั่งให้นักจิตวิทยาของศาลเป็นผู้จัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเยาวชนตามมาตรา ๙๐ เพื่อให้เยาวชนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จะกำหนดตามแผน พร้อมมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวและเลื่อนไปนัดฟังผลการปฏิบัติตามแผน จากนั้นเยาวชนได้ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในแผนได้อย่างดีเช่น เยาวชนและผู้ปกครองไปรายงานตัวต่อผู้ประสานการประชุมทุก ๒ เดือนต่อครั้ง เป็นจำนวน ๒ ครั้ง เพื่อติดตามพฤติกรรมและให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต อีกทั้งเยาวชนได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายจนครบถ้วนแล้ว นักจิตวิทยาจึงจัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเสนอต่อศาลว่า เยาวชนปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆตามแผนจนครบถ้วน มีความรับผิดชอบ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและพฤติกรรมโดยรวมดี เมื่อถึงวันนัดฟังผลการปฏิบัติตามแผน ศาลพิจารณารายงานดังกล่าวประกอบกับผู้เสียหายแถลงยืนยันว่าได้รับเงินชดใช้ค่าเสียหายจากเยาวชนจนครบถ้วนแล้วจริง ศาลจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับตามความในมาตรา ๙๒ แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ

                   จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติแห่งมาตรา ๙๐ เป็นมาตรการแทนคำพิพากษาที่มุ่งแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กหรือเยาวชนที่พัดหลงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กหรือเยาวชนให้สามารถอยู่กับครอบครัวและชุมชนได้อย่างปกติสุข และไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก ขณะเดียวกัน ผู้เสียหายต้องได้รับการเยียวยาความเสียหาย ได้รับรู้ถึงปัญหาของเด็กหรือเยาวชน พร้อมที่จะให้อภัย และยินดีให้โอกาสแก่เด็กหรือเยาวชนกลับคืนสู่สังคมอย่างปกติสุข.

 

ภาพประกอบจาก http://www.juventudesocialista.org

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในประเทศแคนาดา

กฎหมายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนในประเทศแคนาดา

มนุษย์นับเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด  ประเทศที่พัฒนาแล้วจึงมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล  โดยเฉพาะเด็กหรือเยาวชน  คำกล่าวที่ว่า เยาวชน คืออนาคตของชาติ

กฎหมายครอบครัวของประเทศแคนาดา

กฎหมายครอบครัวของประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นรัฐรวมหรือที่เรียกว่าสหพันธรัฐ  ประกอบไปด้วย 10 รัฐ(provinces) และ3 ดินแดน ( territories)  ระบบกฎหมายของประเทศแคนาดาเป็นระบบกฎหมาย Common law