Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai
หลานที่ไ่ม่ได้สืบสายโลหิตแต่มีความใกล้ชิดสนิทสนมเลี้ยงดูนางป.มาจนได้รับความไว้วางใจจากนางป.ให้เป็นผู้ดูแล ถือได้ว่าเป็นผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป.จึงมีสิทธิยื่นคำร้องให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถตามป.พ.พ. มาตรา๒๘ได้

หลานที่ไ่ม่ได้สืบสายโลหิตแต่มีความใกล้ชิดสนิทสนมเลี้ยงดูนางป.มาจนได้รับความไว้วางใจจากนางป.ให้เป็นผู้ดูแล ถือได้ว่าเป็นผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป.จึงมีสิทธิยื่นคำร้องให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถตามป.พ.พ. มาตรา๒๘ได้

           ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘ ได้ระบุตัวบุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถไว้ แม้ผู้คัดค้านมิใช่ผู้สืบสันดานโดยตรงของนางป. เพราะมิใช่หลานที่สืบสายโลหิตโดยตรง แต่พฤติการณ์ที่นางป.ไม่มีบุตร ได้เลี้ยงดูผู้คัดค้านมาตั้งแต่เด็กจนโต ฝากงานให้ทำหลังผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษา และให้ช่วยดูแลสามีของนางป.จนถึงแก่กรรม แสดงถึงความรักความผูกพันสนิทสนมกัน นางป.มอบเงินที่ได้จากการขายที่ดินยี่สิบล้านบาทให้ผู้คัดค้านเก็บรักษา ดูแลจัดสรรค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเป็นค่ารักษาพยาบาลนางป. โดยผู้คัดค้านได้ย้ายนางป.ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ดีมีความพร้อม และมอบหมายให้น้องสาวมาดูแลปรนนิบัตินางป.ที่โรงพยาบาลโดยจ่ายเงินค่าจ้าง และให้น้องชายไปดูแลบ้านของนางป. ขณะที่นางป.อยู่โรงพยาบาล พฤติการณ์ชี้ให้เห็นว่าผู้คัดค้านเป็นหลานสาวที่ใกล้ชิดสนิทสนม ได้รับความไว้วางใจจากนางป. ให้เป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลนางป.ถือได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป. จึงเป็นบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘ ที่มีสิทธิยื่นคำร้องให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถ.  

           คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๔๔๕/๒๕๖๓ 

           ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นน้องร่วมบิดามารดาของนางป. นางป.อายุ ๘๒ ปี บิดามารดานางป.และคู่สมรสถึงแก่ความตายและไม่มีบุตรด้วยกัน เมื่อปี ๒๕๕๘ นางป.มีอาการหลงลืม ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ต้องให้ญาติดูแล พูดจากับบุคคลทั่วไปไม่เข้าใจ ไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่สามารถที่จะจัดการงานของตนเองได้ ผู้ร้องและญาตินำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันแต่อาการไม่ดีขึ้น ปัจจุบันนางป.อยู่ในความปกครองดูแลของผู้ร้อง ขอให้สั่งให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถและอยู่ในความอนุบาลของผู้ร้อง

           ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรของนายส. นางป.และนายส.เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ผู้คัดค้านเป็นหลานของนางป. ส่วนผู้ร้องเป็นน้องของนางป. มิใช่ผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป.และมิใช่ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘ นางป.รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๙ ตลอดมา โดยมีนางสาวต. น้องของผู้คัดค้านเป็นผู้ดูแล ผู้คัดค้าน นางสาวต.นางสาวห.และนายช. เป็นหลานที่ได้รับความไว้วางใจและได้รับมอบหมายโดยตรงตามความประสงค์ของนางป. ก่อนที่นางป.จะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล นางป.มอบหมายให้ผู้คัดค้านและน้องของผู้คัดค้านเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินทั้งเงินสดและอสังหาริมทรัพย์ การเก็บค่าเช่าและค่าใช้จ่ายต่างๆภายในบ้าน ผู้คัดค้านเป็นผู้ดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของนางป. ส่วนทรัพย์สินอื่นๆของนางป.นอกเหนือจากที่นางป.มอบหมายให้ผู้คัดค้านดูแล นางป.แจ้งแก่ผู้คัดค้านและหลานว่าได้จัดการไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีเหตุที่จะต้องจัดการทรัพย์สินของนางป. ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง และตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้อนุบาล

            ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า นางป.เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของผู้คัดค้าน ยกคำร้องขอของผู้ร้องที่ขอเป็นผู้อนุบาล ให้ส่งคำสั่งไปโฆษณาในราชกิจจานุเบกษา ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ

            ผู้ร้องอุทธรณ์

            ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำร้องของผู้ร้องในส่วนที่ขอให้สั่งให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถ ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้าน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

            ผู้คัดค้านฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

            ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่าผู้คัดค้านเป็นหลานของนางป. เมื่อปี ๒๕๕๘ นางป.ป่วยและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านประการแรกว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป. อันมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้สั่งให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา  ๒๘ ได้ระบุตัวบุคคลผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตเป็นคนไร้ความสามารถไว้แล้ว คือ คู่สมรส ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดามารดา  ปู่ย่า  ตายาย ทวด  ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อ  รวมทั้งผู้ปกครอง  หรือผู้พิทักษ์ ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ หรือพนักงานอัยการ การที่ผู้คัดค้านเป็นบุตรของนายส.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับนางป. แม้ผู้คัดค้านจะเป็นหลานนางป.แต่มิใช่หลานที่สืบสายโลหิตโดยตรง จึงมิใช่ผู้สืบสันดานตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘  แต่ได้ความตามทางนำสืบของผู้ร้องและผู้คัดค้านตรงกันว่า นางป.เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูผู้คัดค้านและน้องมาตั้งแต่บิดาของผู้คัดค้านถึงแก่ความตายขณะที่ผู้คัดค้านยังเป็นเด็ก นางป.เป็นผู้ฝากผู้คัดค้านให้เข้าทำงานหลังผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษา และนางป.ให้ผู้คัดค้านช่วยดูแลสามีของป.จนถึงแก่ความตาย การที่นางป.ไม่มีบุตร แต่ให้การเลี้ยงดูผู้คัดค้านและน้องผู้คัดค้านมาตั้งแต่เด็กจนโต ย่อมมีความรัก ความผูกพัน ใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก นางป.ให้ความไว้วางใจผู้คัดค้านซึ่งเป็นหลานสาวให้ช่วยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ภายในบ้าน และเป็นผู้ดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่างๆของนางป.  เมื่อนางป.ขายที่ดิน ๓ แปลง ได้เงินมายี่สิบล้านบาท นางป.ได้มอบหมายให้ผู้คัดค้านเก็บรักษา  คอยดูแลจัดสรรค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเป็นค่ารักษาพยาบาลนางป. โดยผู้คัดค้านได้ย้ายนางป.ไปรักษาตัวในโรงพยาบาลที่ดีและมีความพร้อมก็เพื่อให้นางป.ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด และมอบหมายให้น้องสาวมาดูแลปรนนิบัติป.ที่โรงพยาบาลโดยจ่ายเงินค่าจ้างให้ และยังมอบหมายให้น้องชายไปดูแลบ้านของนางป. ขณะที่นางป.อยู่โรงพยาบาล พฤติการณ์ชี้ให้เห็นว่าผู้คัดค้านเป็นหลานที่ใกล้ชิดสนิทสนม ได้รับความไว้วางใจจากนางป.ให้เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลนางป. ถือได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ซึ่งปกครองดูแลนางป. จึงเป็นบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๘ ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้นางป.เป็นคนไร้ความสามารถ

 

 

 

 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กับการคุ้มครองผู้เสียหาย

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กับการคุ้มครองผู้เสียหาย

ในคดีที่เด็กหรือเยาวชนซึ่งมีอายุยังไม่ถึง ๑๘ ปีบริบูรณ์ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา ศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ บัญญัติไว้

กฎหมายครอบครัวของประเทศแคนาดา

กฎหมายครอบครัวของประเทศแคนาดา

ประเทศแคนาดาเป็นประเทศที่มีลักษณะเป็นรัฐรวมหรือที่เรียกว่าสหพันธรัฐ  ประกอบไปด้วย 10 รัฐ(provinces) และ3 ดินแดน ( territories)  ระบบกฎหมายของประเทศแคนาดาเป็นระบบกฎหมาย Common law