Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai

แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกา

Order and Leave to Dika Appeal Division

แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกา

    การพิจารณาบรรดาคดีที่คู่ความยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ กฎหมายวิธีพิจารณาคดียาเสพติด กฎหมายวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ รวมทั้งการพิจารณาสั่งคำร้องขอที่คู่ความยื่นต่อศาลตามกฎหมาย ศาลฎีกาต้องพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ มีประสิทธิภาพ และคู่ความได้รับทราบคำสั่งศาลฎีกา ในเวลาอันรวดเร็ว

    ศาลฎีกาจำเป็นต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบการบริหารจัดการคดีที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของแผนกคดีพิเศษในศาลฎีกาให้รวมอยู่ด้วยกัน เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ประเด็นคำถามที่น่าสนใจ


ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ดังนี้

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ท.๙๔๑/๒๕๕๖ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาก่อนศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปศาลฎีกา กรณีเช่นนี้เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะสั่งอนุญาตได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๒ ประกอบมาตรา ๒๒๕ แต่เมื่อศาลชั้นต้นส่งสำนวนและคำร้องมายังศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจสั่งคำร้องได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสั่ง อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ถอนฎีกา

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ท.๖๒/๒๕๕๖ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาต่อศาลชั้นต้นก่อนส่งสำนวนมาศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งอนุญาตได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๒ ประกอบมาตรา ๒๒๕ แต่เมื่อศาลชั้นต้นส่งสำนวนและคำร้องขึ้นมาแล้ว การจะส่งคืนให้ศาลชั้นต้นสั่งย่อมทำให้คดีล่าช้าโดยไม่จำเป็น ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งเสียเอง อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ถอนฎีกา

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ดังนี้

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ย.๙๑๐/๒๕๕๖ การสั่งคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลาเพื่อยื่นคำขออนุญาตฎีกา หากศาลชั้นต้นไม่เห็นสมควรอนุญาต ศาลชั้นต้นจะต้องส่งคำร้องขอมาให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำขอ การพิจารณา และมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ฎีกาในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๔ วรรคสาม การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลาเพื่อยื่นคำขออนุญาตฎีกาครั้งที่ ๔ โดยไม่ส่งคำร้องมาให้ศาลฎีกาสั่ง ย่อมเป็นการไม่ชอบ จึงให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นเสีย อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งคำร้องขออนุญาตขยายระยะ เวลาเพื่อยื่นคำขออนุญาตฎีกาครั้งที่ ๔ ของจำเลยไปเสียทีเดียว เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาเพื่อยื่นคำขออนุญาตฎีกาครั้งละ ๑ เดือน มาแล้ว ๓ ครั้ง โดยสองครั้งแรกอ้างเหตุทนายจำเลยติดว่าความเป็นจำนวนมาก ส่วนครั้งที่ ๓ อ้างเหตุความเจ็บป่วยของทนายจำเลย ส่วนจำเลยก็ยื่นคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลาเพื่อยื่นคำขออนุญาตฎีกาครั้งละ ๓๐ วัน มาแล้ว ๓ ครั้ง โดยทั้งสามครั้งอ้างเหตุขัดข้องเกี่ยวกับการขอพยานเอกสารยังได้ไม่ครบถ้วน ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตทุกครั้ง โดยครั้งที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาเป็นครั้งสุดท้ายจนถึงวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๕ และได้แจ้งให้จำเลยทราบแล้วว่าศาลอนุญาตให้เป็นครั้งสุดท้าย การที่ทนายจำเลยเป็นผู้เรียงและพิมพ์คำร้องลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๕ ขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๔ และมายื่นคำร้องด้วยตนเอง แสดงว่าอาการเจ็บป่วยของทนายจำเลยไม่รุนแรงถึงขนาดที่จะไม่สามารถเรียงฎีกาให้แก่จำเลยได้ดังอ้าง ส่วนที่จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๕ ผ่านเรือนจำ ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาครั้งที่ ๔ อ้างเหตุว่าจะจัดหาทนายสำรองไว้ หากทนายคนเดิมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แสดงว่าจำเลยมิได้ขวนขวายที่จะแต่งตั้งบุคคลใดเข้ามาเป็นทนายแทนคนเดิมเพื่อจัดทำคำขออนุญาตฎีกาและฎีกา อันเป็นความบกพร่องของจำเลยเอง กรณีไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลาเพื่อยื่นคำขออนุญาตฎีกาครั้งที่ ๔ ให้แก่จำเลยได้

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ดังนี้

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ย.๔๗๑/๒๕๕๖ คดีนี้โจทก์ยื่นฎีกาเฉพาะกรณีขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และได้ยื่นคำร้องขออนุญาตศาลชั้นต้นยื่นฎีกาโดยอัยการสูงสุดมีหนังสือรับรองฎีกาของโจทก์ว่ามีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย อันเป็นกรณีโจทก์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในการกระทำกรรมอื่นซึ่งมิใช่ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง จึงเป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะดำเนินการตรวจพิจารณาสั่งฎีกาของโจทก์ต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๓ ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นส่งคำร้องดังกล่าวพร้อมฎีกาไปยังศาลฎีกาเพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙ ย่อมเป็นการไม่ชอบ จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการ

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ดังนี้

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ท.๓๗๕/๒๕๕๕ การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ ต้องเป็นกรณีที่ยังไม่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาไม่ว่าของศาลใด คดีนี้โจทก์ขอให้บังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีแล้ว จำเลยที่ ๒ จะยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หาได้ไม่ แต่เป็นกรณีที่จำเลยที่ ๒ ขอให้งดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒ (๒) ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่งว่ามีเหตุสมควรให้งดการบังคับคดีไว้หรือไม่ จึงให้ส่งคืนศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาสั่งคำร้องต่อไป

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ท.๑๐๗๑/๒๕๕๕ การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓๑ นั้นจะต้องเป็นกรณีที่ยังไม่มีการบังคับตามคำพิพากษา แม้ขณะจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ยังไม่มีการบังคับคดี ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งในเรื่องดังกล่าว แต่เมื่อระหว่างพิจารณาคดีนี้ปรากฏตามคำร้องของจำเลยทั้งสามฉบับลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕ และวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ว่าปัจจุบันโจทก์มีการบังคับคดีแล้ว จึงไม่อาจทุเลาการบังคับได้ แต่จำเลยทั้งสามชอบที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่องดการบังคับคดีต่อไป

ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้ดังนี้

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ท.๑๓๕๓/๒๕๕๓ คดีนี้จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๓ (ที่ถูกต้องทำเป็นอุทธรณ์) อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกา กรณีเช่นนี้จะต้องอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ตามลำดับชั้นศาล การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

    คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ ๑๑๑๘/๒๕๔๓ คดีนี้จำเลยยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต จำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวลงวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๓ แม้ตามคำร้องจำเลยประสงค์ให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งและศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งไปศาลฎีกาก็ตาม แต่การอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นฎีกา จำเลยต้องอุทธรณ์ฎีกาไปตามลำดับชั้นศาล การที่จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตรงต่อศาลฎีกาเป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา จึงให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาต่อไป

บทความและความเห็นทางกฎหมาย


การรับประโยชน์จากมาตรา ๑๐๐/๒ ในคดียาเสพติดให้โทษ

หลักเกณฑ์และคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๐/๒

คดีอาญาทั่วไป หากคู่ความจะยื่นฎีกาต้องปฏิบัติอย่างไร

คดีอาญาทั่วไป หากคู่ความจะยื่นฎีกาต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มิใช่มายื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกา เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้กระทำได้

ต่างคนต่างฎีกา เสียค่าขึ้นศาลอย่างไร

กรณีจำเลยแต่ละคนในคดีที่มีมูลความแห่งคดีเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ต่างประสงค์ยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาแยกกันมาคนละฉบับ เสียค่าขึ้นศาลอย่างไร

คู่ความฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ เฉพาะการกระทำความผิดฐานอื่นที่ไม่ใช่ความผิดคดีค้ามนุษย์ จะตกอยู่ในบังคับตามพ.ร.บ.คดีค้ามนุษย์หรือไม่

กรณีคู่ความฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ เฉพาะการกระทำความผิดฐานอื่นที่ไม่ใช่ความผิดคดีค้ามนุษย์ จะตกอยู่ในบังคับตามพ.ร.บ.คดีค้ามนุษย์หรือไม่