Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai

อำนาจหน้าที่แผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา


๑. คำร้องขอปล่อยชั่วคราว

  • - คำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๐๖
  • - คำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๑๙ ทวิ
  • - คำร้องที่เกี่ยวเนื่องกับการขอปล่อยชั่วคราว

๒. คำร้องที่เกี่ยวกับคดีแพ่งและคดีอาญา

  • - คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา
  • - คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว คำร้องขอคุ้มครองประโยชน์
  • - คำร้องขอทุเลาการบังคับ
  • - คำร้องขอถอนฟ้อง คำร้องขอถอนคำร้องทุกข์
  • - คำร้องขอถอนฎีกา
  • - คำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ คำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างโจทก์ผู้ตาย
  • - คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกา
  • - คำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม
  • - คำร้องขอแก้ไขคำพิพากษาศาลฎีกา
  • - คำร้องขออธิบายคำพิพากษาศาลฎีกา
  • - คำร้องขอให้เพิกถอนการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ

ฯลฯ

๓. คดีคำร้องขออนุญาตฎีกาคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

    คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๕ หมายถึง ความผิดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการใช้สารระเหย กฎหมายว่าด้วยการป้องกันปราบปรามยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษและกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

มีผลใช้บังคับกับคดีที่ฟ้องตั้งแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑

๔. คดีคำร้องขออนุญาตฎีกาคดีค้ามนุษย์

    คดีค้ามนุษย์ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๙ มาตรา ๓ หมายถึง คดีที่มีข้อหาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไม่ว่าจะมีข้อหาความผิดอื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบและศาลเยาวชนและครอบครัว

มีผลใช้บังคับกับคดีที่ฟ้องตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙

๕. คดีคำร้องขออนุญาตฎีกาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

    คดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.๒๕๕๙ มาตรา ๓ หมายถึง คดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้แก่

  • (๑) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น หรือความผิดอื่นอันเนื่องมาจากการประพฤติมิชอบ
  • (๒) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลที่กระทำความผิดฐานฟอกเงินที่เกี่ยวเนื่องกับความผิด (๑) หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือกฎหมายอื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • (๓) คดีอาญาที่ฟ้องให้ลงโทษบุคคลใความผิดเกี่ยวกับการเรียก รับ ยอมจะรับหรือให้ ขอให้ รับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือการใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้อิทธิพลเพื่อจูงใจหรือข่มขืนใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น
  • (๔) คดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลตามกฎหมายที่กำหนดให้เป็นคดีทุจริตแลประพฤติมิชอบ
  • (๕) คดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษบุคคลที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลตาม (๑) ถึง (๔) ไม่ว่าในฐานะตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน หรือผู้สมคบ
  • (๖) คดีเกี่ยวกับการจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ หรือจงใจยื่นบัญชีและเอกสารดังกล่าวด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
  • (๗) คดีร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะเหตุร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
  • (๘) กรณีที่มีการขอให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่งอย่างใดก่อนยื่นฟ้องหรือยื่นคำร้องขอตาม (๑) ถึง (๗)

    แต่ไม่รวมถึงคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

มีผลใช้บังคับกับคดีที่ฟ้องตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

๖. คดีคำร้องขออนุญาตฎีกาคดีแพ่งที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของแผนกคดีพิเศษในศาลฎีกา

    การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคในคดีแพ่งก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๕๘ มีผลใช้บังคับ เป็นระบบสิทธิโดยมีข้อจำกัดการฎีกาตามจำนวนทุนทรัพย์และประเภทคดี แต่เนื่องจากปริมาณคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกามีจำนวนมากเป็นอุปสรรคต่อการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลฎีกาให้เป็นไปโดยความถูกต้องรวดเร็วตามหลักนิติธรรม ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาลยุติธรรม จึงมีการแก้ไขบทบัญญัติเรื่องการฎีกาในคดีแพ่งเปลี่ยนเป็นระบบขออนุญาต โดยให้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาคเป็นที่สุด เว้นแต่คดีที่ศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา ส่วนคดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่หลังจากคดีถึงที่สุดและพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาที่เกิดขึ้นภายหลัง ต้องบังคับตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๕๘

มีผลใช้บังคับกับคดีแพ่งที่ฟ้องตั้งแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

๗. คำร้องอื่น ๆ ตามที่ประธานศาลฎีกาได้กำหนด

  • - คำร้องขอโอนคดีอาญาซึ่งยื่นต่อประธานศาลฎีกา ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๖