Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai

แผนกคดีล้มละลาย

Bankruptcy Case Division

อำนาจพิจารณา

    พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีล้มละลาย ที่มีการฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทรณ์คดีชำนัญพิเศษ โดยจะต้องได้รับการอนุญาตจากศาลฎีกาซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าปัญหาตามฎีกาเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย

ขอบเขตการพิจารณาคดี

    คดีล้มละลาย คดีฟื้นฟูกิจการ คดีแพ่งที่เกี่ยวพันกับคดีล้มละลายและคดีฟื้นฟูกิจการ รวมถึงคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483

ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์ กรมบังคับคดี
คดีล้มละลาย
ฟ้องล้มละลาย
เงื่อนไขการฟ้องล้มละลาย
พ้นสภาพการล้มละลาย
ปลดล็อคล้มละลาย

แผนผังกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย

แผนผังล้มละลาย

บทความ/ความรู้

ระบบกฎหมายล้มละลายของไทย

กฎหมายล้มละลายเป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ จัดการชำระสะสางหนี้สินของผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

ปัญหากฎหมายล้มละลายในคดีแพ่ง

บทความที่ว่าด้วยกฎหมายล้มละลาย ขั้นตอนการดำเนินการคดีล้มละลาย รวมไปถึงปัญหากฎหมายล้มละลายในคดีแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาคดีล้มละลายที่น่าสนใจ


   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2563 - ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณาแล้ว และไม่ปรากฏว่าศาลล้มละลายกลางที่รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ต้องด้วยกรณีที่ศาลที่พิจารณาคดีแฟงต้องงดการพิจารณาไว้จนถึงวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผน หรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดี หรือยกเลิกคำสั่งให้พื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด และย่อมหมายความรวมถึงการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาด้วย

   ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 2 แล้ว ผลของคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการทำให้สภาวะพักการชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติลัมละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/12 ในคดีฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 2 ย่อมสิ้นสุดลง ไม่มีเหตุให้งดการพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 2 ต่อไป ศาลฎีกาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษในส่วนของจำเลยที่ 2 และให้ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิจารณาพิพากษาในส่วนของจำเลยที่ 2 ใหม่

   ศาลฎีการับฎีกาของจำเลยที่ 2 เฉพาะประเด็นที่ว่า ศาลอุทธรณ์"คดีขำนัญพิเศษต้องงดการพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 2 หรือไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท

   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2561 - ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ทั้งสามเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 จึงสามารถบังคับทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสามในราชอาณาจักรได้ โดยเจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามมาตรา 27 แม้มูลหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศก็เป็นเพียงมูลหนี้ประเภทหนึ่งเท่านั้น และมาตรา 94 ก็มิได้บัญญัติห้ามมิให้นำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศมาขอรับชำระหนี้ ทั้งนี้ตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศที่ขอรับชำระหนี้นี้มิใช่กรณีการพิทักษ์ทรัพย์หรือการล้มละลายตามกฎหมายต่างประเทศ กรณีจึงไม่ต้องห้ามบังคับเอากับทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งสามในประเทศไทยตามมาตรา 177 วรรคสอง เจ้าหนี้จึงสามารถนำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลต่างประเทศมาขอรับชำระหนี้ในคดีนี้ได้

   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3149/2563 - จำเลยที่ 2 ทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทแก่ผู้คัดค้านที่ 1 ภายหลังจากมีการขอให้ล้มละลาย จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 114 ว่าจำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านที่ 1 รู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบ จำเลยที่ 2 และผู้คัดค้านที่ 1 มีหน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว ลำพังเพียงการที่ผู้คัดค้านที่ 1 เคยรับซื้อฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 131431 ของจำเลยที่ 2 มาก่อน ไม่น่าจะรับฟังได้ว่าผู้คัดค้านที่ 1 ทราบฐานะทางการเงินของจำเลยที่ ๒ เป็นอย่างดี พฤติการณ์แห่งคดีน่าเชื่อว่า ผู้คัดค้านที่ 1 รับซื้อฝากที่ดินพิพาทโดยมิได้รู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบ พยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านที่ 1 นำสืบมีน้ำหนักให้รับฟังหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ผู้ร้องจึงไม่อาจขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายฝากที่ดินโฉนดเลขที่ 1398 ระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านที่ 1 ได้ 

    คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6751/2561 - คดีที่เสร็จไปโดยการที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุโจทก์ (เจ้าหนี้) ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 202 นั้น เป็นผลจากการที่โจทก์ละทิ้งหรือทอดทิ้งคดีของตน ทำนองเดียวกับคดีเสร็จไปโดยการจำหน่ายคดีเพราะเหตุที่ถอนฟ้องและทิ้งฟ้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคหนึ่ง ซึ่งให้ถือว่าอายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง โจทก์จึงไม่ได้รับประโยชน์จากการฟ้องคดีที่จะเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/14 (2)

    คำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุโจทก์ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 202 มีผลอย่างเดียวกับคำพิพากษาของศาลที่ยกคำฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิที่จะฟ้องใหม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง เมื่ออายุความแห่งสิทธิเรียกร้องของโจทก์ครบไปแล้วในระหว่างการพิจารณาคดี โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งจำหน่ายคดีถึงที่สุด

     คำพิพากษาศาลฎีกาที่  2957/2562 - ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2555 แต่ปรากฏว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ดินพิพาทให้แก่ อ. ผู้ซื้อทรัพย์ไปตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2550 เมื่อ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 110 วรรคสอง บัญญัติว่า การบังคับคดีนั้นให้ถือว่าได้สำเร็จบริบูรณ์ เมื่อพันกำหนดเวลาที่อนุญาตให้เจ้าหนี้อื่นยื่นคำขอเฉลี่ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 วรรคสี่ (เดิม) ได้กำหนดเวลาที่เจ้าหนี้จะยื่นคำขอเฉลี่ยไว้โดยให้ยื่นก่อนสิ้นระยะเวลา 14 วัน นับแต่วันขายทอดตลาดทรัพย์พิพาท ฉะนั้น การบังคับคดีในคดีนี้จึงสำเร็จบริบูรณ์ไปก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ เด็ดขาด การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงใช้ยันแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 110 วรรคหนึ่งและวรรคสอง