Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai

แนะนำหน่วยงานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา

เกี่ยวกับแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ก่อตั้ง

    แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็น ๑ ใน ๑๑ แผนกของศาลฎีกาเริ่มก่อตั้งโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ (ถูกยกเลิก) แผนกฯเปีดทำการครั้งแรกเมื่อ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ปัจจุบันรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๔๖๐ บัญญัติในมาตรา ๑๙๔ ว่าให้มืแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา

เหตุผลในการก่อตั้ง

    การคอร์รัปชันของนักการเมืองและการประพฤติมิชอบในวงราชการมีมากขึ้น แต่การดำเนินคดีอาญาตามปกติไม่อาจแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตั้งแผนกคดีอาญาชองผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขึ้นในศาลฎีกา เพื่อให้อำนาจแก่ผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาพิพากษาคดีโดยมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ซ.) เป็นผู้สอบสวนและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องหรือ ป.ป.ซ. สามารถฟ้องคดีเอง

กฎหมายที่ใช้บังคับ

    การพิจารณาพิพากษาคดี มีกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาฃองผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้บังคับโดยเฉพาะซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีซื่อว่า “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารพาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐” หากไม่มีบทบัญญัติใน พ.ร.บ. ดังกล่าวใช้บังคับ ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลมการพิจารณาคดีใช้ระบบไต่สวนซึ่งต่างจากคดีทั่วไปที่ใช้ระบบกล่าวหา

เขตอำนาจศาล

    แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีอำนาจไต่สวนและพิพากษาบุคคลผู้กระทำผิดในข้อกล่าวหาดังต่อไปนี้

แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

องค์คณะผู้พิพากษา

    องค์คณะผู้พิพากษาในคดีประกอบด้วยผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาจำนวน ๙ คน ซี่งได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา การพิจารณาพิพากษาคดีอาศัยเสียงข้างมากขององค์คณะ นอกจากองค์คณะจะต้องทำคำพิพากษากลางแล้ว องค์คณะแต่ละคนยังต้องทำคำวินิจฉัยส่วนตนเปิดเผยต่อสาธารณะหลังจากได้อ่านคำพิพากษากลางแล้วด้วย

อุทธรณ์

    คำพิพากษาในคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาองค์คณะผู้พิพากษาในชั้นอุทธรณ์คือ ผู้พิพากษาที่มีอาวุโสไม1ตากว่าหัวหน้าคณะในศาลฎีกาหรือผู้พิพากษาอาวุโสผู้เคยดำรงตำแหน่งไม1ตํ่ากว่าหัวหน้าคณะในศาลฎีกาผู้ซึ่งไม1เคยเป็นองค์คณะเดิมจำนวน ๙ คน ที่ได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

กระบวนการพิจารณาคดี

แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง