Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai
แผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา

อำนาจพิจารณาคดีแผนกคดีเลือกตั้ง

    ที่มาของแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเข้าสู่ตำแหน่งโดยการเลือกตั้งจากประชาชน และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2541 มาตรา 34 และมาตรา 34/1 กำหนดให้ศาลฎีกามีบทบาทเข้าไปพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และการพิจารณาและวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทั้งยังให้ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาออกข้อกำหนดการพิจารณาและวินิจฉัยคดีเลือกตั้งดังกล่าว ต่อมาจึงมีการออกข้อกำหนดดังกล่าวเมื่อปี 2543 และมีการตั้งคณะทำงานคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการเตรียมการเกี่ยวกับคดีเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรองรับคดีที่จะเข้ามาสู่ศาลฎีกา คณะทำงานได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ชั่วคราว เรียกว่า ศูนย์ปฏิบัติการคดีเลือกตั้งเพื่อรองรับคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งดังกล่าวที่จะเข้ามาสู่ศาลฎีกา

    จนกระทั่งวันที่ 19 กันยายน 2549 มีการรัฐประหาร เป็นเหตุให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ถูกยกเลิกไป ต่อมาเมื่อมีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ใช้บังคับ ในมาตรา 219 วรรคสามกำหนดให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในปี 2550 ประธานศาลฎีกา โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการพิจารณาและวินิจฉัยสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้ง คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 และได้ออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการเพิกถอนสิทธิในการเลือกตัังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 หลังจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 และการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2551 คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ และการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เข้ามาสู่ศาลฎีกาอย่างต่อเนื่อง

    ต่อมาในวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 มีประกาศของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เรื่องการจัดตั้งแผนกในศาลฎีกา(ฉบับที่ 4) ข้อ 3 กำหนดให้มีการจัดตั้งแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาขึ้น มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2551 เป็นต้นไปแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาจึงมีมานับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันหลังจากมีการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ทำให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2550 ถูกยกเลิกไป ทำให้ไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาอีก จนกระทั่งมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 จึงมีการจัดการเลือกตั้งการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้น

    ในปลายปี 2561 และเดือนมีนาคม 2562 ตามลำดับ สำหรับ คดีเลือกตั้งที่ต้องมายื่นต่อศาลฎีกาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 รวมทั้งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ได้แก่ คดีเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยการเลือกแบ่งเป็นคดีที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครของผู้สมัครรับเลือกก่อนวันเลือก การดำเนินการการเลือกที่ไม่ชอบ และการเพิกถอนสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก กรณีมีการเลือกที่ไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมส่วนคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบ่งเป็นคดีที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครของผู้สมัครรับเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง และการเพิกถอนสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนการเลือกตั้งของผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และขอให้มีการเลือกตั้งใหม่กรณีมีการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือมีการทุจริตในการเลือกตั้ง

แผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาตระหนักถึงความสำคัญของคดีเลือกตั้งเป็นอย่างดี และจะพยายามพัฒนาการทำงานของแผนกคดีเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น