Supreme Court of Thailand

  • language english
  • language thai

อำนาจพิจารณา

    พิจารณาพิพากษาได้เฉพาะคดีแรงงานที่เป็นคดีแพ่งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 มาตรา 57/1 วรรคหนึ่ง

ขอบเขตการพิจารณาคดี

    แผนกคดีแรงงานในศาลฎีกามีหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาคดีที่มาจากศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 57/1

หลักการสำคัญในการดำเนินคดีแรงงาน

    พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 29 ได้บัญญัติให้เห็นถึงหลักการสำคัญในการดำเนินคดีแรงงานไว้ 4 ประการได้แก่

ประหยัด (Economical)

    ด้วยเหตุที่คู่ความที่มีข้อพิพาทแรงงานมาสู่ศาลแรงงาน ส่วนใหญ่เป็นคดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง โดยเฉพาะลูกจ้างมักจะเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย อาจไม่มีเงินเพียงพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการดำเนินคดี เมื่อการจัดตั้งศาลแรงงานมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้โอกาสคู่ความที่มีรายได้น้อยมีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรม อันเป็นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชน พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 จึงกำหนดให้การดำเนินคดีในศาลแรงงานกระทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าป่วยการและค่าพาหนะของพยาน ค่าทนายความ และให้การดำเนินคดีแรงงานเป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นต้น

สะดวก (Easy)

    การดำเนินคดีในศาลแรงงานมีกระบวนพิจารณาที่แตกต่างจากการดำเนินคดีในศาลอื่น มีขั้นตอนและวิธีการที่เรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น คู่ความสามารถแถลงคำฟ้องคำให้การ คำร้องขอต่อศาลด้วยวาจาได้, ในการสืบพยานศาลจะเป็นผู้ซักถามพยานเอง ตัวความหรือทนายความจะซักถามได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาล ทำให้ไม่เกิดความยุ่งยากในการตระเตรียมคำถามเพื่อซักถามพยานหรือต้องว่าจ้างทนายความมาซักถามแทน, ศาลสามารถเรียกพยานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร เป็นต้น

รวดเร็ว (Express)

    เมื่อคู่ความที่มาศาลโดยเฉพาะลูกจ้างส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ต้องทำงานเพื่อหารายได้ดำรงชีพสำหรับตนเองและครอบครัว การดำเนินคดีด้วยความรวดเร็วจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อคดีแรงงาน เนื่องจากจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นแก่ลูกจ้างและนายจ้างได้ ทั้งยังเป็นผลดีทำให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเสียเวลาในการมาศาล เพื่อให้การดำเนินคดีใน ศาลแรงงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จึงมีบทบัญญัติกำหนดให้ภายหลังจากที่โจทก์ยื่นคำฟ้อง ศาลจะต้องนัดพิจารณาคดีโดยเร็ว โดยในวันนัดพิจารณาโจทก์และจำเลยต้องไปศาล ถ้าโจทก์ ไม่ไปศาล ถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี หากจำเลยไม่ไปศาล ศาลจะมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัด และพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีของโจทก์ไปฝ่ายเดียว นอกจากนี้ ในการบันทึกคำพยานศาลแรงงานจะบันทึกแต่โดยย่อเพื่อมิให้เสียเวลาสืบพยานนานเกินจำเป็น และเมื่อสืบพยานแล้วเสร็จ ศาลแรงงานจะอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งภายใน 3 วัน โดยคู่ความสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงานไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย และต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วัน คดีแรงงานจะขึ้นสู่การพิจารณาของแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกาได้จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลฎีกาก่อนเท่านั้น

เที่ยงธรรม (Equitable)

    การพิจารณาพิพากษาคดีในศาลแรงงาน มีองค์คณะผู้พิพากษาซึ่งเป็นผู้ตัดสินคดีที่มีลักษณะเป็นระบบไตรภาคี กล่าวคือ ประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลแรงงานที่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายและปัญหาที่เกี่ยวกับแรงงาน ผู้พิพากษาสมทบฝ่ายนายจ้าง และผู้พิพากษาสมทบฝ่ายลูกจ้าง