ศาลฎีกา |  ข่าวศาลฎีกา |  กระดานสนทนา |  Sitemap 
     
menu

สถิติผู้เข้าชม

ผู้เข้าชมขณะนี้
line
ผู้เข้าชมทั้งหมด

นโยบายประธานศาลฎีกา

 “อำนวยความยุติธรรมโดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม”  

นโยบายประธานศาลฎีกา 
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐

๑. ด้านการอำนวยความยุติธรรมและการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

๑.๑ มุ่งเน้นการพิจารณาพิพากษาคดีภายใต้หลักนิติธรรมให้เป็นไปอย่างเปิดเผย ถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐานที่ชัดเจน และเหมาะสมแก่ประเภทคดี

๑.๒ เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีทั้งในศาลชั้นต้นและศาลสูงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  

๑.๓ จัดตั้งศาลโดยคำนึงถึงพื้นที่และลักษณะคดีเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง เท่าเทียมกัน และเสียค่าใช้จ่ายน้อย

๑.๔ นำเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมมาใช้เพื่อส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาพิพากษาคดี การบริหารจัดการ และการให้บริการประชาชน

๑.๕ ส่งเสริมให้ผู้พิพากษามีบทบาทในการแสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งสนับสนุนการนำกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพิสูจน์ความจริงในคดีภายในกรอบของกฎหมาย

๑.๖ สนับสนุนให้ผู้พิพากษาใช้แนวทางการลงโทษหรือการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูที่หลากหลาย โดยใช้ดุลพินิจให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีและผู้กระทำความผิดแต่ละราย

๑.๗ สนับสนุนการพิจารณาพิพากษาคดี โดยส่งเสริมและพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาททางเลือก 

๑.๘ มุ่งคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาหรือจำเลยในการปล่อยชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยนำมาตรการหรือวิธีการที่สามารถป้องกันการหลบหนีมาใช้แทนการเรียกหลักประกัน

๑.๙ เสริมสร้างบทบาทของศาลยุติธรรมในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

๒. ด้านการพัฒนาระบบงานศาลยุติธรรม

๒.๑ พัฒนาระบบงานศาลยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สะดวก ทั่วถึง เท่าเทียมกัน และเสียค่าใช้จ่ายน้อย

๒.๒ ปรับปรุงโครงสร้างและระบบงานของสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาคโดยมุ่งเน้นการกระจายอำนาจเพื่อสนับสนุนภารกิจของศาลยุติธรรม ตลอดจนวางแผน

และจัดการบริหารงานบุคคลให้เหมาะสม 

๒.๓ พัฒนากฎหมายและระบบวิธีพิจารณาคดีให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสม สอดคล้องกับพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและบริบทของสังคม 

๒.๔ เร่งรัดการออกระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ข้อบังคับ ข้อกําหนด และคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายและเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน

๒.๕ พัฒนาระบบศาลชำนัญพิเศษและการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

๒.๖ พัฒนาระบบการบริหารจัดการ การงบประมาณ และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

๒.๗ ปฏิรูปการจัดทำฐานข้อมูลคดีให้ทันสมัยและมีมาตรฐานเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

๒.๘ ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและสร้างความร่วมมือด้านกระบวนการยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ

๒.๙ ส่งเสริมและพัฒนาการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้บุคลากรทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว   

๓.  ด้านการพัฒนาบุคลากร

๓.๑ เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และสร้างจิตสำนึกในการอำนวยความยุติธรรม รวมทั้งส่งเสริมการเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตนของข้าราชการตุลาการและบุคลากรในศาลยุติธรรม

๓.๒ ปรับปรุงโครงสร้างระบบงานวิจัย การพัฒนาบุคลากร และหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพ สร้างองค์ความรู้ และเสริมสร้างประสิทธิภาพของข้าราชการตุลาการและบุคลากรใน

ศาลยุติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

๓.๓ จัดสวัสดิการและยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการตุลาการและบุคลากรในศาลยุติธรรมทุกระดับเพื่อให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มีความพร้อมในการปฏิบัติงานได้อย่าง

เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

๔.  ด้านการต่างประเทศ

๔.๑ เสริมสร้างความร่วมมือทางการศาลและกระบวนการยุติธรรมเพื่อยกระดับศาลยุติธรรมไทยให้มีบทบาทในระดับสากล 

๔.๒ พัฒนาความร่วมมือทางด้านวิชาการ การฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนบุคลากรกับต่างประเทศ 

๔.๓ เสริมสร้างให้ประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศเชื่อมั่นในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมไทย

 

 

 

 

line
line